จากอาการลงแดง แทบขาดดดดดด จายยยยยยยย ของข้าพเจ้า 
ก้อก่อให้เกิดการขอไป เขาช้างเผือก กะ ป๋าคมรัฐ แห่ง Trekkerhut อย่างทันทีทันใด.......อิ อิ อิ
พอรับปากแกเสร็จว่าจะไป ก้อกลับมาคิดถึงสังขารตัวเอง
เออ...หนอ....ไม่ได้เดินป่ามาเกือบ 6 เดือน จะรอดมั้ยเนี่ยยยยยยยยยยยยย
แต่ก้อนะ...ยังไงก้อไป....ใจมันโหยหา....วิญญานนักเดินทางเริ่มเข้าสิง แล้วคร้าบบบบบบบบบบบบบ
30 พฤษภาคม 2551
เช่นเคย........ป๋านัดกันทีสถานีรถไฟฟ้า BTS จตุจักร....ข้าพเจ้าก้อไปก่อน................(อีกแล้ว ไปก่อนมันทุกทริป)
ไปถึงยังไม่เจอใครเลย รอสักพัก ป๋าก้อมา ตามด้วยอีกมากมายหลายท่าน ซึ่งรู้จักอยู่แค่ 3 คนคือ วินัย ท็อป กับดิเรก
นอกนั้น ยิ้มเข้าไว้.....เพราะไม่รู้จักใครเลยยยยยยยย หุ หุ หุ
มารู้ทีหลังว่ามีกลุ่มเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสาว 5 คน (จำชื่อได้แค่ เดียร์ กะ เอ๋....นอกนั้นชื่อรัยมั่งหว่า เข้ามาบอกด้วยดิ) สาวโอสาว admin จาก Honda ส่วนชายหนุ่มอ่ะ ไม่รู้ใครเป็นใคร อิ อิ 
ส่วนเจ้าท็อปก้อนะ ขอเม้าท์หน่อย นั่งรถทัวร์มา ดันลืมกระเป๋าไว้บนรถอ่ะ....ประกอบไปด้วย กล้องตัวเล็ก บัตร และกะตังค์...แว่วว่าไม่ใช่รอบแรกด้วยสิที่ทำของหาย........ทริปนี้เลยมีต้นทุนเป็นหมื่น...คราวหลังมาหายที่เป้พี่ดีกว่ามั้งงงงงงง
แต่ก้อนะ คุณเธอก้อช่างกะไรเลย......กล้องหายปุ๊ป ซื้อใหม่ปั๊ป....แหม ปั้มเงินได้เองเหรอพ่อคุณ.....
ประมาณ 3 ทุ่ม ก่า ก่า ล้อก้อเริ่มหมุน ข้าพเจ้าก้อเริ่มนอนทันที เพราะว่ากินยาแก้เมารถเข้าไป ตอนนี้ตาจะลืมไม่ขึ้นแล้วคับท่าน
31 พฤษภาคม 2551
3.00 น. ก่า ก่า อีกเช่นกัน เราก้อมาถึงอุทยานแห่งชาติ ทองผาภูมิ เข้ายึดพื้นที่ นอนนนนนนนนนนนน ต่อ
เช้าวันนี้ตื่นมาด้วยอากาศสดใส หายใจสะดวก...........อิ อิ (แม้เมื่อคืนโรงสีจะทำงานหนัก ก้อบ่ ยั่น นอนหลับบบบบสนิท กว่าที่บ้านอีก)
แล้วก้อได้ยินเสียงเจ้าท็อป ร้องเรียก....ป้า ป้า มาดูนกเงือก นิ.....
ไอ้เราก้อ ไหน ไหน...คว้ากล้องได้ก้อวิ่งไปเลยยยยยยยยยย............

หูยยย........มาเกาะอยู่ที่ต้นไม้หน้าบ้านเองอ่ะ.......ถ่ายเอ้า ถ่ายเอา..........ก้อไม่เห็นมันจะไปไหนเลยยยยยย
อิ อิ แล้วก้อมารู้ทีหลังว่า.....เจ้านกเงือกตัวเนี่ย มันชื่อ “แจ๋วแหวว” เป็นนกเงือก..ที่เสียสันดานนกเสียแล้ววววววว
เพราะว่ามันอยุ่กะคนมานานนนนนนนนนน นานนนนนนนนนนนนนนนนน............
ยิ่งตอนที่พวกเราไปกินข้าวกันอ่ะนะ มันมาแย่งข้าวไข่เจียว พวกเรากินอ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า.....
ที่ตลก ก้อตรง ป๋า ไปเคาะกะโหลกมัน........มันเลยบินตาม...หวัง ลอบทำร้ายยยยยยย........หุ หุ หุ
8.00 โมง ก่า ก่า มั้ง เราก้อออกจากอุทยาน ไปที่โรงเรียนก่อน (อย่าถามชื่อนะ ลืมแล้วล่ะ) เพื่อเก็บรถป๋า แล้วก้อนั่งรถต่อไปลงตรงหน้า สถานีควบคุมก๊าซของ ปตท. เราจะเริ่มเดินกันแล้วจ้า 
(ก่อนเดิน ป๋า ก้อแจกไม้เท้าคนละอัน พร้อมกับบอก ทางมันชัน แล้วก้อลื่น มั่ก มั่ก เอาไม้เท้าไว้เซฟเข่าดีก่า....ตอนแรกก้อว่าจะไม่เอาหรอกนะ กลัวแก่ แต่คิดอีกที เดี๋ยวไปไม่รอดนะแย่กว่านะ อ๊ะ เอาก้อได้ หุ หุ)
ตอนนี้ก้อประมาณ 9.00 น. แล้วล่ะ ทางตอนแรกก้อประมาณทางลูกรัง รถวิ่งได้อ่ะ......ซักพักก้อกลายเป็นทางเดินเดี่ยว แล้วก้อกลายเป็นทางขึ้นเขาในที่สุด........ตอนนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝนมากเลย.........แต่ไม่ต้องครึ้มนานนนน เพราะมันโตะลงมาแย้วววว หุ ห หุ หุ
ต่างคนต่างก้อควัก เสื้อกันฝนมาใส่กันใหญ่ ยกเว้นข้าพเจ้า....ด้วยความขึ้เกียจ...เลยเดินตากฝนมันเฉยเลยยย
ฝนตกได้ซักพักใหญ่ ก้อหยุด แต่ก้อทำให้ป่าทั้งป่า ชุ่มชื้นไปหมด สีเขียวที่เห็นยิ่งดูเป็นสีเขียวสดชื่นนนนนนนนนนน..........เข้าไปอีก
และที่เริ่มปรากฎตัวอย่างประปรายยยยยย ก้อคือเจ้าทากน้อย คอยดูดดดดดด.........ก้อโดนกันไปหลายคนนะ...ทากที่นี่ตัวไม่ใหญ่มาก แล้วก้อมีไม่เยอะ...ใครกลัวทากก้อสบายใจได้ อ้อลืมบอกไป...นอกจากสมาชิกที่เป็นคนแล้วเนี่ย เรายังได้คุณสุ....นัข จากที่ ปตท.มาเป็นเพื่อนร่วมทาง 1 ตัว...(ตัวเมียอ่ะ นมห้อยเชียว...เลยได้ชื่อว่า เจ้าจุก) เจ้าจุกวิ่งตามเราไปเรื่อย เรื่อย พอเรานั่งพักก้อพักด้วย
พวกเราถึงสังเกตุเห็นที่ตีนนนมัน เลือดกระจายยย เลยอ่ะ
พอหงายฝ่าตีนนน ดูก้อเห็น ทากตัวเป้ง เป้ง กาลัง จ๊วบ จ๊วบ เลยอ่ะ หูยยยย น่าสงสาร
นายนัทเลยกระทำตัวเป็นพลเมืองดี...บรรจงคีบน้องทาก ออกจากตีนนน น้องหมา พร้อมใส่ยาให้เสร็จ แต่เจ้าจุกก้อยังเดินกระเผลก ไปอีกนานเลยล่ะ
ข้าพเจ้าก้อเดินแบบไม่ระวังตัวนะ ไม่เห็นโดนกัด มีมาให้คีบออกจากขาตัวเดียวเอง
เดินไม่นานพวกเราก้อขึ้นมายืนบนเขาเพื่อจะเดินเลาะเลียบไปตามสันเขา เรื่อย เรื่อย เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันแหละ (เอ.....หรือข้าพเจ้าจะเหนื่อยคนเดียววว หว่า สังขารหนอไม่เที่ยง)
เนื่องจากฟ้ามันครึ้มมมมม แดดมันก้อเลยไม่มี....เดินสบาย โคตร โคตร แต่เสียดายอ่ะ ฟ้ามันเลยไม่ใส
ถ่ายรูปยังไง ก้อขาววววว ไปหมดเลยยยย.........เฮ้อ...ได้อย่างเสียอย่าง
ประมาณบ่าย 3 เราก้อมาถึงสันเขาแคบ แคบ ที่พอจะมีพื้นที่ราบเพื่อกางเต๊นท์ ภาพแรกที่ข้าพเจ้าเห็น ก้อคือ ห้องน้ำ คับผม
อึ้งเล็กน้อย..........โห..เพ่...อุตส่าห์แบกปูนและ คอห่านมาทำห้องน้ำบนนี้ให้ด้วยยย แจ๋วเจงงงงงงงงงงง มาถึงพี่ลูกหาบก้อลงไปตักน้ำไว้ให้เข้าส้วมอ่ะ น่ารักมากกกกกก

ข้างบนนี้ลมแรงมากเลยอ่ะ.........เต๊นท์ที่ตั้งไว้เกือบจะปลิวววววววว (มีบางคนบอกว่าปลิวแล้วด้วย แต่ คว้าทัน หุ หุ)
พอตั้งแคมป์เสร็จ พวกเราก้อเดินต่อเพื่อไปให้ถึงยอดเขาช้างเผือก.....ตอนนี้เป็นการเดินไปตามสันเขา แคบ และ แคบที่สุด ก้อคือสันคมมีด...ลมก้อ แร้งงงงงงงง แรงงง เสียวว้อยยยยยยยยย
เจ้าท็อปทำหน้าแหยง แหยง ทั้งที่มารอบ 2 แล้ว ต้องคอยให้คนอื่นไปก่อน แล้วตัวเองก้อค่อย ค่อย ป่ายปีน ขึ้นไป จะว่ายากก้อไม่ยากนะ แต่มันเสียวมากกว่าน่ะ

...ก้อลมมันแรงอ่ะพี่....โอ้ยยยยยยยย เสียวววว..................
จนในที่สุดก้อถึงยอดเขาจนได้
จากยอดเขา เราจะมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ด้านหนึ่งจะมองเห็น อาณาบริเวณของเขื่อนเขาแหลม ขณะที่อีกด้านเป็น อ.ทองผาภูมิ เดิมบนเขาจะมีธงชาติไทยด้วยนะ แต่ตอนนี้เหลือแต่เสา เนื่องจากลมแรงมากจนธงมันโดนกัดกร่อนหายไปหมดเลยอ่ะ อิ อิ
ข้าพเจ้ามองเห็นแนวสันเขาเป็นแนวยาวววววววววว สุดตา.....แหม...ขึ้นมาได้งัยเนี่ย เก่งจังเลยยย
และก้อเช่นเคย ฟ้าครึ้มมมมมม จนหาสีฟ้าไม่เจอ.......แต่ก้อนะ หลังฝนตก ก้อยังดีที่ได้เห็นรุ้งทอดตัวเป็นแนวยาว 2 ข้าง คงจะเป็นรุ้งตัวเดียวกันแหละ แต่ตรงกลางโดนหมอกบัง ก้อเลยโดนแบ่งแยก แฮะ แฮะ แต่กล้องข้าพเจ้าถ่ายไม่หมดอ่ะ

พวกเราก้อนั่งรอ เผื่อว่าฟ้าจะเปิดบ้างงง แต่แหมม....ตอนช่วงแดดออกเนี่ย...ร้อนโคตรรรร............แต่ก้อนะ ได้ภาพมาเท่าที่เห็นนี่แหละจ้าาาาาา
ซัก 5 โมง เราก้อเริ่มเดินลงกันแล้วล่ะ ลมแรงกว่าตอนเดินมาเยอะเลยอ่ะ เหอ เหอ เหอ
กลับมาถึงแคมป์ พวก สาว สาว จากโรงพยาบาล พากันหม่ำ ส้มตำ และ ข้าวปั้น ซูชิ (ที่หอบมาจากโออิชิ) แล้วนอนกันไปแว้วววว
ท่าทางจะเหนื่อยจัด....อิ อิ อิ
ส่วนน้องโอ ก้อพึ่งพบว่าโดนทากน้อย จ๊วบเอาที่บ่า ป๋า ก้อเลยได้โอกาสทดลอง ของใหม่เลยย
(แต่แกบอกเคยใช้แย้วอ่ะ ได้ผล) นั่นคือ เอาด่างทับทิมมาติดที่ปากแผลเพื่อให้เลือดหยุดไหล....แกก้อไปตักมาหน่อยหนึ่งปิดปากแผลเอาไว้ เจ้าโอกัวหล่น ก้อเลยแปะพาสเตอร์ทับไปอีก...อืมม คอยดูผลต่อไป
แล้วก้อเช่นเคยยยย..........วงเหล้าเคล้าเสียงลม ก้อตั้งขึ้น โดยมีเจ้าดิเรก เป็นแกนนำ เหอ เหอ เหอ
ตอนนี้เจ้าดิเรก มันทำงานกะ ติ๊กเจษ (เนวิเกเตอร์ งัยจ๊ะ) อ่ะ เห็นบอกว่า ติ๊กชวนให้ไปทำงานประจำเป็นการถาวรเลยนะ แต่เพื่อน เพื่อน แซวว่าจาไปเลี้ยงปลาคราฟ ให้ติ๊กป่ะจ๊ะ อิ อิ อืมมมม....ข้าพเจ้าว่าเดี๋ยวจะไปชวนคุณน้องติ๊ก กินเหล้า ซะเสียงานนหมดพอดี หุ หุ
แล้วพอเหล้าเข้าปาก บรรยากาศก้อเริ่มคึกครื้น สาว สาว ก้อมานั่งเรียงกันเหมือนขึ้น แสตนเชียร์ เลยอ่ะ อิ อิ
แล้วเรื่องที่ทำให้ฮา มากที่สุด ก้อคงจะเป็น
เจ้าดิเรกอีกนั่นแหละ .... เรื่องของเรื่องอ่ะ ก้อคือมันโดน ทากน้อย จ๊วบ จ๊วบ ................อ่ะ ฟังมันเล่าดิ
เพ่...เพ่....ผมอ่ะรู้สึกตัวตั้งกะบนเขาแล้วนะ (เขาไหนว่ะ....โดนขัดคอ อิ อิ)
เดี๋ยวดิ เดี๋ยวดิ ฟังก่อนดิ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง (ดูเค้าเริ่มเรื่องดิ ลีลาซะ)
เพ่ อย่าพึ่งขัดดิ
ก้อพอผมเดินถึงยอดเขาโน้นนนนนนน ใช่ปะ พวกพี่ยังไม่มา ผมก้อเลยเดินไปฉี่...อ่ะ แล้วพอกลับมา...ผมก้อรู้สึก เจ็บ เจ็บ อ่ะ
เล่าแค่นี้แล้วก้อหยุด...เล่าเรื่องบนเขาต่อ........โว้ยยยยย มรึงเล่าเรื่องทากต่อซะทีสิ.....อารมณ์ค้าง ไม่รู้เรื่องกันพอดี
ต่อ ต่อ ผมก้อเลยเปิดดู...ไม่เห็นมีรัยเลยยย.......มันก้อยังสงบนิ่ง ขนาดก้อยังเท่าเดิม.....
(เล่าถึงตอนนี้มีฮือฮา ขนาดเท่าไหนเหรอจ๊ะ ที่ว่าเท่าเดิมน่ะ ส่วนไอ้คนเล่าก้อหน้าเป็น หุ หุ)
เนี่ยผมก้อเดินมาเรื่อย เรื่อย นะ.....จนถึงที่ตั้งแคมป์...อ่ะ...คราวนี้พอเปิดดู โตะใจหมดเลยอ่ะ..........
เลือดแดงงงงงงง เลยยยยยยยย.......... (ไม่ใช่ประจำเดือนเหรอเพ่....>>> ไม่รู้ใครแซววว...ฮ่า ฮ่า ฮ่า)
เนี่ย โดน เต็ม เต็ม เลยเพ่...แต่ไม่รู้ตัวมันหายไปไหน........
แล้วนี่พี่เจ้าหน้าที่บอกนะ ว่าเจอทากตัวอ้วน อ้วน อยู่ระหว่างทางง ผมว่าตัวที่จ๊วบ น้องผมแน่เลย
......เพ่....แน่ใจนะว่าที่หล่นอ่ะไม่ใช่ทาก..........>>> เสียงลอยมากะลมอีกแล้ว (เสียงจากน้องโอน่ะ)ไ
ไม่ใช่ว่า ตกใจเห็นทาก จ๊วบน้อง.....แล้วคว้ามีดตัดผิดนะเพ่.......>>> แหม...เสียงนี้เทำเอาหัวเราะกันทั้ง วง ฮ่า ฮ่า ฮ่า
(ทากกะ......ขนาดมันยิ่งเท่ากันอยู่ด้วย ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกก)
คุยกันไปเพลิน เพลิน อยู่ดี ดี คุณสาว สาว ก้อกระโดดพรวด วงแตก.....ทำเอาพี่แตกตื่นนนน
มีรัยเหรอน้อง มีรัย มีรัย.....แต่พอแหก..เอ้ย แหวก ตรงกลางวง ก้อเล่นเห็น>>>> เห็บลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิล กาลังไต่ อยู่อ่ะ....โห........คุณน้อง กระโดดกันยังกะ มี งู หลุดมากลางวงเลยอ่ะ
คิก คิก คืนนั้นก้อเอาบรรดาทริปมากมายที่อยากไป..ใส่หัวป๋าเอาไว้ เผื่อแกจะจัดมั่งอ่ะ
(เยอะแยะมากมาย ตั้งกะทริปเดินทะลุจากโมโกจูออกอุ้งผาง ทริปยอดโดม ทริปงะงัน ทริปหลังคาตึก....ทริปอินโด....โอ้ยยยยยยยยยย จำไม่ไหว)
1 มิถุนายน 2551
เช้านี้ไม่อยากจะลุกเลยอ่ะ หลังจากที่เมื่อคืน เอาตัวเองเบียดเสียดเข้ามาในเต๊นท์ของน้องโอ....หุ หุ หุ เพื่อหลบเจ้าเห็บลม ตัว เป้ง เป้ง
แล้วหลับอย่างเป็นสุข ท่ามกลางสายลมที่พักกระหน่ำ แล้วก้อฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน.....(นึกว่าจะลอยไปกะเต๊นท์ซะแล้ววว)
โผล่หน้าออกมาดูหลายรอบ ก้อไม่เห็นจะมีใคร ลุกออกมาเลยอ่ะ จนทนไม่ไหว ลุกมาฉิ้งฉ่อง ก้อเลยเห็นขยับกันทีละคน 2 คน ส่วน นาย sonic ขึ้นยอดเขาไปแต่เช้าแล้วอ่ะ...เพื่อถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น แล้วมันจะได้ถ่ายมั้ยเน่ย...ก้อเมฆหมอก เต็มซะขนาดนั้น

เช้านี้ ป๋า ทำเส้นใหญ่ผัดซีอิ้วให้พวกเรากินล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า โดยปรุงรสให้เสร็จสรรพ กินกันเข้าไป ไม่ต้องปรุงใหม่ เหอ เหอ เหอ
เก็บแคมป์ เรียบร้อยแล้ว นาย sonic ก้อยังไม่ลงมาจากเขาซะที เอาละสิ มันเป็นรัยอ่ะป่ะว่ะ
อ่ะนะ สุดท้ายก้อต้องให้พี่เจ้าหน้าที่ไปตาม.........ไม่นาน ก้อเห็นโผล่มาอยู่บนยอดเขา ลิบ ลิบ โน่นนนนนน
เห็นดังนั้นแล้ว ก้ออย่าช้าาาา.....ไปกันดีกว่า เริ่มลงเขา ก้อเริ่มเอาตูดลงแทนทันที อิ อิ เพื่อประหยัดเวลาและเพื่อความปลอดภัยด้วยฮ้าาาาา
(มันมาบอกทีหลัง จารีบกันไปไหนเนี่ย...............พึ่งจาเก้าโมง เองงงง แถมเห็นเจ้าหน้าที่ นึกว่าเพื่อนขึ้นมาเดินเล่น ดันกลายเป็นมาตามซะนิ อิอิ)
ขากลับก้อยังไม่วายถ่ายโน่น ถ่ายนี่ ไปเรื่อย หันหลังไปถ่ายน้องจากโรงพยาบาลสมเด็จศรีราชา...กาลังเล็งเลยอ่ะ
อ้าว....หายไปไหนแย้ว............หุ หุ หุ....ไม่ได้หายไปไหนหรอก...แค่ลื่นล้ม หายไปกะกอหญ้าสูงท่วมเอว แค่นั้นเอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า เสียดายไม่ใช่วีดีโอ ไม่งั้นคงเห็นชัด
แต่ตอนนี้ข้าพเจ้าเริ่มเจ็บนิ้วเท้าอย่างรุนแรงงง เหอ เหอ เหอ
จริง จริง เริ่มเจ็บตั้งกะเมื่อวานแล้วล่ะ เนื่องจากหยิบรองเท้าผิดคุ่มา คู่นี้มันเล็กอ่ะ พอเดินลงปลายเท้ามันจิกอ่ะ...เจ็บโคตรรรรรรรร
ยิ่งเดินเตะโน่น เตะนี่ อีก อูยยยยยยยย ไม่อยากบรรยายยยย ยังคับ ยังไม่พอ เนื่องจากทางที่เดินเนี่ยเค้าเดินกันบ่าย จนดินมันอัดแน่น และแข็ง....พอปักไม้เท้าลงไปมีกระเด้งกลับด้วยอ่ะ แล้วพอโดนน้ำ ก้อลื่นมากกกกกกกกกก ถึงมากที่สุด.....จับกบได้เป็นฟาร์มเลย........นับจนไม่นับครั้งแล้วอ่ะ
ล้มแล้วลุก ลุกแล้วล้ม....ไม่รู้เท่าไหร่ ไอ้นี่ก้อเป็นสาเหตุให้น่องเกร็งมากเลยอ่ะ เพราะเท่ากับว่าข้าพเจ้าต้องเกร็งขาตลอดเวลา
กลายเป็นว่าต้องเดินลง ช้า ช้า.......เดี๋ยวลื่น

เดินไปซักพัก ขบวนก้อเริ่มแตก แยกกันเดิน ไม่นานข้าพเจ้าก้อเดินคนเดียววววววววว.........หุ หุ หุ........เหนื่อยว่ะ เมื่อไหร่จะถึงว่ะเนี่ย
จนกระทั้งเห็น สถานี ปตท.อยู่ลิบ ลิบ ก้อใจชื้น ขึ้นมาเยอะเลยยยยยย.....แต่ก้อนะยังอีกไกล
ขากลับพึ่งจะเห็นว่ามีป้าย เมียนม่าร์ เซอร์ไวเวอร์ ด้วยอ่ะ...อิ อิ ตรงนี้มันชายแดนนี่หว่า แถมมีลวดหนามกั้นไว้ด้วยแฮะ
มองไปทางขวา ก้อเห็นธงชาติไทย อยู่คู่กับธงชาติพม่า บนเขาด้านขวามือ.........อืมมมม เราเดินเลาะชายแดนนะเนี่ย
ประมาณ บ่าย 2 ข้าพเจ้าก้อมาถึงสถานี ปตท. แล้วทุกคนก้อทยอยมาเรื่อย เรื่อย กลับไปเอารถที่โรงเรียนกันก่อน จะไปอาบน้ำที่อุทยานฯทองผาภูมิ ตอนนี้ก้อประมาณ บ่าย 3 – 4 เองนะเนี่ย แต่ฟ้าครึ้มมมม มากมายยย พวกเราก้อเลยตัดโปรแกรม อื่น อื่น ออกหมด กลับกันเลยดีก่า.......นะจ๊ะ
ตอนนี้พึ่งจะเห็นแผลของน้องโอ...ขอบอกว่าน่ากัวอ่ะ.........
เพราะว่าน้องโอเอาพาสเตอร์แปะทิ้งไว้นานเกินไป...ทำให้ผงด่างทับทิมซึมเข้าไปในผิวหนัง (จริง จริง แปะไว้แค่เลือดหยุดไหลก้อเอาออกเลยค่ะ) ผิวหนังบริเวณนั้นก้อเลยอักเสบ บวมแดงขึ้นมา ส่วนบริเวณที่ด่างทับทิมซึมเข้าไปก้อกลายเป็นรอยดำ เหมือนคนเป็นแผลเป็นที่ยังแกะสะเก็ดไม่ออกน่ะ แต่ไม่มีอาการอย่างอื่นนอกจากนี้นะ
พวกเราแวะทานข้าวต้มที่ราชบุรี และน้องโอก้อไปหาหมอที่นี่ ซึ่งก้อได้ยาแก้อักเสบมา หมอก้อถามย้ำว่าด่างทับทิมแน่เหรอ.....เหอ เหอ เหอ ......
แล้วพวกเราก้อกลับมาถึง กอทอมอ ประมาณ 3 ทุ่ม ก่า ก่า เป็นอันจบทริปโดยสมบูรณ์
จะว่าไป ข้าพเจ้าว่า ทริปนี้เหมาะมากกะมือใหม่ หรือคนที่เไม่ได้เดินนนนนน นานนนนนนนน อย่างข้าพเจ้า เส้นทางไม่ยาก แถมป่าก้อสวยยย แม้จะไม่มีดอกไม้มากมายให้เชยชม แต่ภาพทิวเขาเบื้องหน้า ก้อทำให้อารมณ์แจ่มใสเบิกบานได้อย่างมากมายยยย
อีกทั้งเพื่อนร่วมทริป....น่ารัก น่ารัก.......
แบบเนี้ย..........มันต้องมีทริปต่อไป......จริงป่ะ